วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

NECTEC

          ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (National Electronics and Computer Technology Center : NECTEC หรือเนคเทค) ก่อตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2529 โดยในระยะเริ่มต้นมีสถานะเป็นโครงการภายใต้ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน (ชื่อในขณะนั้น) ต่อมาในวันที่ 30 ธันวาคม 2534 เนคเทคได้เปลี่ยนแปลง สถานะเป็นศูนย์แห่งชาติเฉพาะทาง และเปลี่ยนการจัดรูปแบบองค์กรใหม่ เพื่อให้มีความคล่องตัวขึ้นกว่าเดิม ตามพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี พ.ศ. 2534
         พ.ร.บ. ฉบับนี้ก่อให้เกิดการรวมตัวกันขององค์กรต่างๆ 4 องค์กรต่างๆ 4 องค์กรที่มีอยู่ขณะนั้นคือ คณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology Development Board : STDB หรือ กพวท.) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ขึ้นเป็น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Development Agency: NSTDA หรือ สวทช.) อยู่ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (ในขณะนั้น)

           สวทช. เป็นหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการ มีระบบการบริหารและนโยบายที่กำหนดโดย คณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในภาครัฐบาล และภาคเอกชนฝ่ายละเท่าๆ กัน มีคณะกรรมการบริหาร     ซึ่งมีองค์ประกอบคล้ายคลึงกับ กวทช. คือ มีกรรมการจากภาครัฐและภาคเอกชน อย่างละประมาณฝ่ายละเท่าๆ กัน และมีผู้อำนวยการ กวทช. เป็นประธานเพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ในการกำหนดนโยบาย ทิศทางการพัฒนาการให้บริการทางเทคนิค และการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างภาครัฐ และเอกชน

สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.)
ภารกิจหลักของเนคเทค ได้แก่
·          การให้ทุนสนับสนุนการวิจัยในภาครัฐ
·         การดำเนินการวิจัยเอง เพื่อเร่งให้ผลงานวิจัยเกิดผลจริงในภาคอุตสาหกรรม
·         การให้บริการเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสารสนเทศ
·         การทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ 
        ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา เนคเทคได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ดำเนินโครงการเครือข่ายกาญจนาภิเษก เพื่อกระจายความรู้ แก่ประชาชน และเป็นสำนักงานเลขานุการโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ เพื่อประยุกต์ใช้ไอทีกับสังคมไทย โดยเน้นนักเรียนในชนบท ผู้พิการ และเด็กที่ป่วยในโรงพยาบาล
เนคเทคได้ดำเนินงานโครงการที่จัดได้ว่าเป็นโครงการสร้างพื้นฐานระดับชาติหลายโครงการ เช่น
·         เครือข่ายไทยสารอินเทอร์เน็ต
·         เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
·         เครือข่ายกาญจนาภิเษก
·         เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (ซอฟต์แวร์พาร์ค)
·         ศูนย์พัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce Resource Center)
·         การพัฒนากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ
LearnSquare Thai Opensource e-Learning System

          ปัจจุบันการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในยุคของสังคมเศรษฐกิจ ฐานความรู้มีมากขึ้นตามลำดับ  โดยเฉพาะการประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศในด้านการศึกษา  การจัดการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือ E-Learning ก็ได้รับความนิยมแพร่หลายด้วย
         LearnSquare คือ Thai Opensource e-Learning System ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามอัธยาศัย ทุกที่ ทุกเวลา ในรูปแบบสื่อมัลติมีเดียทั้งบทความ ภาพ เสียง หรือวิดีโอ ที่สามารถโต้ตอบได้เสมือนการเรียนในห้องเรียนปกติซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาส ทางการศึกษาให้กว้างมากขึ้น และมีมาตรฐานที่เท่าเทียมกัน
       e-Learning คือ การใช้ทรัพยากรต่างๆ ในระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) อินทราเน็ต (Intranet) มาออกแบบและจัดระบบ เพื่อสร้างระบบการเรียนการสอน โดยการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ตรงกับความต้องการของผู้สอนและผู้เรียน เชื่อมโยงระบบเป็นเครือข่ายที่สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และ ทุกคน สามารถประเมิน ติดตามพฤติกรรมผู้เรียนได้เสมือนการเรียนในห้องเรียนจริง โดยจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้
·         เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
·         เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหารายวิชาใด วิชาหนึ่งเป็นอย่างน้อย หรือการศึกษาตามอัธยาศัย
·         ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง จากทุกที่ทุกเวลาโดยอิสระ
·         ผู้เรียนมีอิสระในการเรียน การบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้แต่ละเนื้อหา ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับ หรือพร้อมกับผู้เรียนรายอื่น
·         มีระบบปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน และสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้
·         มีเครื่องมือที่วัดผลการเรียนได้
·         มีการออกแบบการเรียนการสอนอย่างมีระบบ
·         ผู้สอนมีสภาพเป็นผู้ช่วยเหลือผู้เรียน ในการค้นหา การประเมิน การใช้ประโยชน์จากเนื้อหา จากสื่อรูปแบบต่างๆ ที่มีให้บริการ
·         มีระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS)
·         มีระบบบริหารจัดการเนื้อหา/หลักสูตร (Content Management System: CMS)
วัตถุประสงค์
        e-Learning มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถและทักษะ ทั้งทางด้านวิชาการและวิชาชีพให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้สนใจ รวมถึงการรวบรวมความรู้ที่มีอยู่มาพัฒนาเป็นบทเรียนออนไลน์และเผยแพร่ในระบบ

เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
          1. เป็นระบบ Opensource สามารถดาวน์โหลดนำไปใช้งานได้ฟรี ภายใต้เงื่อนไข GPL
          2. สนับสนุนการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows และ Linux
          3. แนวทางพัฒนาตามมาตรฐานสากล (SCORM)
         4. ใช้งานง่ายและสนับสนุนการพัฒนาต่อยอดตามแนวทางของโอเพ่นซอร์ส
          5 .มีระบบสนับสนุนการทำงานมากมาย เช่น
·         ระบบการสมัครเรียน
·         ระบบการลงทะเบียน
·         ระบบการเรียน
·         ระบบการจัดการหลักสูตร
·         ระบบการจัดตารางสอน
·         ระบบการจัดการผู้ใช้งาน
·         ระบบสนทนา เว็บบอร์ด
·         ระบบจดหมายอิเลกทรอนิกส์
·         ระบบปฏิทินนัดหมาย
·         ระบบการติดตามการเข้าเรียน
·         ระบบจัดการข้อมูลส่วนตัว
·         ระบบสร้างข้อสอบและประเมินผลอัตโนมัติ
·         ระบบการออกใบรับรองอัตโนมัติ
·         ระบบรายงานสถิติต่างๆ
·         ระบบสำรองข้อมูล
·         ระบบการกระจายเนื้อหา
ลักษณะการใช้งาน

การใช้งานระบบ LearnSquare แบ่งได้เป็น 3 ลักษณะการใช้งานใหญ่คือ
  • ผู้เรียน
              ผู้เรียนสามารถเลือก หรือเข้าเรียนบทเรียนออนไลน์ได้โดยไม่จำกัดเวลา และสถานที่ รวมทั้งการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนหรือผู้เรียนด้วยกัน ร่วมเรียนรู้ ทดสอบ ปฏิบัติผ่านบทเรียนออนไลน์ที่มีรูปแบบรองรับที่หลากหลาย
  • ผู้สอน
              ผู้สอนสามารถสร้างวิชาเรียนใหม่ หรือประยุกต์ใช้สื่อการสอนที่ใช้ในการเรียนการสอนปกติมาใช้ร่วมกับระบบ สามารถเปิดหลักสูตรสอนได้ตลอดเวลา ศึกษาพฤติกรรมของผู้เรียนได้อย่างง่ายดายจนสามารถออกใบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เรียนได้
  • ผู้ดูแลระบบ
              ผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการเว็บไซต์ได้อย่างง่ายได้เช่น ข้อมูลผู้ใช้ ปรับแต่งเปลี่ยนค่า และการให้บริการรวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับทุกๆ คนที่อยู่ในระบบได้
หน่วยงานพันธมิตร      
         เนคเทคได้กำหนดนโยบายในการดำเนินงานโดยเน้นการทำงานร่วมกับเครือข่ายและพันธมิตรทั้งภาค รัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกัน ผลักดันผลงานให้ครบวงจร ทั้งในสถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการภาคเอกชน หน้านี้ได้รวบรวมเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆ ที่เนคเทค ได้มีการประสานงานทั้ง โดยตรงและโดยอ้อม เพื่อให้ผู้เข้าเยี่ยมชมสามารถเข้า ถึงหน่วยงานอื่นที่มีภารกิจต่อเนื่องกัน ได้อย่างสะดวกเช่น
       - สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
จากความหมายของ E-Learning ที่แสดงไว้ข้างต้น คงทำให้ผู้อ่านเข้าใจในคำว่า E-Learning มากขึ้น ในด้านความหมายของ E-Learning มีผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับ E-Learning ไว้แตกต่างกันไปตามประสบการณ์ของแต่ละบุคคล แต่ที่มีส่วนเหมือนกันก็คือ ความหมายที่ว่า E-Learning คือการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายเข้ามาเป็นเครื่องมือในกระบวนการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเรียนรู้และแก้ปัญหา ในเรื่องข้อจำกัดทางด้านสถานที่และเวลา เพื่อให้เกิดการเรียนที่เป็นระบบและประกอบกับเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายกับการเรียนรู้ด้วย E-Learning เป็นอุปกรณ์ด้านอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของ “ Electronic Learning “ หรือเรียกสั้นๆว่า E-Learning
                                                                                                                ที่มา: www.learnsquare.com
         
e-Learning คืออะไร
e-Learning คือ การใช้ทรัพยากรต่างๆ ในระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) อินทราเน็ต (Intranet) มาออกแบบและจัดระบบ เพื่อสร้างระบบการเรียนการสอน โดยการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ตรงกับความต้องการของผู้สอนและผู้เรียน เชื่อมโยงระบบเป็นเครือข่ายที่สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และ ทุกคน สามารถประเมิน ติดตามพฤติกรรมผู้เรียนได้เสมือนการเรียนในห้องเรียนจริง โดยจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้
·         เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
·         เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหารายวิชาใด วิชาหนึ่งเป็นอย่างน้อย หรือการศึกษาตามอัธยาศัย
·         ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง จากทุกที่ทุกเวลาโดยอิสระ
·         ผู้เรียนมีอิสระในการเรียน การบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้แต่ละเนื้อหา ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับ หรือพร้อมกับผู้เรียนรายอื่น
·         มีระบบปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน และสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้
·         มีเครื่องมือที่วัดผลการเรียนได้
·         มีการออกแบบการเรียนการสอนอย่างมีระบบ
·         ผู้สอนมีสภาพเป็นผู้ช่วยเหลือผู้เรียน ในการค้นหา การประเมิน การใช้ประโยชน์จากเนื้อหา จากสื่อรูปแบบต่างๆ ที่มีให้บริการ
·         มีระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS)
·         มีระบบบริหารจัดการเนื้อหา/หลักสูตร (Content Management System: CMS)
วัตถุประสงค์
e-Learning มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถและทักษะ ทั้งทางด้านวิชาการและวิชาชีพให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้สนใจ รวมถึงการรวบรวมความรู้ที่มีอยู่มาพัฒนาเป็นบทเรียนออนไลน์และเผยแพร่ในระบบ






อ้างอิง
http://www.nectec.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=49&Itemid=132

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น